บทที่ 4 ผีคร่อมหัว
“มึงนี่เนาะอีปราง! กูอุตส่าห์พาไปหาหมอผีดี ๆ บ่เอา... คั่นผีบักเดชมันมาหักคอมึงคืนนี่ กูสิบ่ซ่อยมึงเลยเด้อ!” (ลูกนี่นะ! พ่ออุตส่าห์พาไปหาหมอผีดีๆ ไม่เอา ไม่ถ้าผีเดชมันมาหักคอมึงคืนนี้ กูจะไม่ช่วยเลย!) พ่อมนัสเดินบ่นหัวเสียมาตลอดทาง
“โอ๊ย! พ่อ! พอสักทีเถอะ!” มะปรางยกมือขึ้นปิดหูสองข้าง พลางถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ
“เพราะแบบนี้ไงหนูถึงไม่อยากกลับมา! จะงมงายอะไรกันนักกันหนา ก็แค่เรื่องไร้สาระทั้งนั้นแหละ!”
“งมงาย?!” พ่อมนัสหันขวับมาถลึงตาใส่ลูก
“คั่นว่างมงาย... แล้วไผมันโทรหาแม่มึงตอนตีสาม ไห้ห่มบอกว่าผีผัวเก่าตามหลอกตามหลอน คั่นบ่แม่นย้อนมึงบอกว่าเห็นผี กูสิพามึงมาหาหมอผีซั่นบ่!” (ถ้างมงาย แล้วใครมันโทรมาหาแม่มึงตอนตีสาม ร้องไห้บอกว่าผีผัวเก่าตามหลอกหลอน ถ้าไม่ใช่เพราะมึงบอกว่าเห็นผี กูจะพามึงมาหาหมอผีหรอ!)
คำพูดของพ่อทำเอามะปรางจุกอกจนพูดไม่ออก
ขณะนั้นเอง ไอ้ดำที่เห็นมะปรางก็ลุกพรวดพราดวิ่งมาหาเธอทันที โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!
มะปรางถอนหายใจยาว พอมาลองคิดดูดีๆ คืนที่เธอหนีไปนอนกับแพร เธอก็ไม่ได้เจออะไรน่ากลัวเลยสักนิด ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเธออยู่ห้องคนเดียวหลังจากทำงานหนักก็ได้
‘ใช่... เราแค่เครียดไปเอง’ มะปรางบอกตัวเองในใจ เธอทำงานออฟฟิศหนัก กลับมาก็เจอสภาพแวดล้อมเดิมๆ หลังจากที่เดชตายมันบีบให้เธอประสาทหลอนไปเอง ถ้ารีบกลับกรุงเทพฯ ไปย้ายที่อยู่ใหม่ หาบ้านเช่าบรรยากาศใหม่ๆ ทุกอย่างก็คงดีขึ้น ไม่เห็นต้องมาง้อหมอผีถึงที่นี่เลย
“พรุ่งนี้หนูจะกลับกรุงเทพฯ แล้ว”
“เอ้า! อีปราง! มึงสิรีบกลับไปเฮ็ดหยั่ง!” (อ้าว! ปราง จะรีบกลับไปทำไม!) แม่ศรีร้องขึ้น
“หนูจะกลับไปทำงาน แล้วก็จะไปหาที่อยู่ใหม่ด้วย!” พูดจบเธอก็หมุนตัวเตรียมเดินขึ้นบ้าน
โฮ่ง! โฮ่ง! กรือออ...
“โอ๊ย! เห่าอะไรนักหนาไอ้ดำ!” มะปรางตวาดใส่หมาอย่างเสียอารมณ์
เธอรีบสาวเท้าขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนของตัวเอง พ่อมนัสได้แต่มองตามแผ่นหลังลูกสาวไป “เออ! แล้วแต่มึงเลย!”
มะปรางเดินเข้ามาในห้องนอน ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
“ให้ตายเถอะ นี่ฉันหอบสังขารมาถึงนี่เพื่ออะไรเนี่ย... ช่างเถอะ ยังไงพรุ่งนี้ฉันก็จะกลับ”
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งตกค่ำ...
กลางดึกเงียบสงัด มะปรางที่นอนอยู่เตียงรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอหนักอึ้งอย่างกับถูกทับ มะปรางส่ายหน้าไปมาด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว โดยที่ดวงตายังคงปิดแน่น ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและหายใจไม่ออก เหงื่อเต็มหน้าและลำคอ ความรู้สึกผิดปกติก็เริ่มแล่นกวนใจ มะปรางพยายามจะขยับแขน แต่ร่างกายกลับไม่ขยับ
“อือ...”
‘ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ...’ เธอคิดในใจ
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ปราง...”
“...”
“พี่คิดถึงปราง...”
“ไม่...” เธอพยายามเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“อย่ามาหลอกกัน...”
ไม่มีคำตอบใดๆ
มะปรางพยายามลืมตา เธอเห็นเงา... และเงานั้นก็กำลังคร่อมร่างเธออยู่ เธอเบิกตากว้างเพราะเขาคือเดช เขาโน้มกายลงมาใกล้ ใบหน้าของเขาค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นในความมืด เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“ปราง...”
มะปรางส่ายหน้าหนีพัลวัน “ไม่...”
“ไปอยู่กับพี่เถอะ” เดชขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะพวงแก้ม ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงนิดเดียว
“กลับไปอยู่กับพี่นะ... ปรางเป็นของพี่คนเดียว”
น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอนชวนนึกถึงวันเก่าๆ วันที่เธอยังเคยหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่ตอนนี้กลับทำให้มะปรางกลัวจนแทบหยุดหายใจ เดชเคลื่อนใบหน้าต่ำลงมา กดจูบเน้นสัมผัสแผ่วเบาลงบนซอกคอจนคนลับสัมผัสถึงกับขนลุกซู่
“ปรางยังเหมือนเดิมเลย... ยังขี้กลัวเหมือนเดิม” เขาพึมพำชิดผิวเนื้อเนียน
“หนู... หนูไม่ไปกับพี่!” มะปรางเค้นเสียงร้อง รอยยิ้มของเดชค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
“ทำไมล่ะ?”
“พี่ตายไปแล้ว!”
“พี่รู้...” เขาแหงนหน้าขึ้นสบตากับเธอ
“แต่พี่ไม่อยากอยู่คนเดียว... พี่เหงา ไปอยู่กับพี่เถอะ”
“ไม่!”
ทันใดนั้น สีหน้าของเดชก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มหวานเลือนหาย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับดำสนิท เธอรู้สึกว่าแรงกดทับมันหนักหน่วงกว่าเดิมจนแทบหายใจไม่ออก
“ถ้างั้น...” เขากระซิบ “ก็อย่าคิดจะทิ้งพี่”
ความอึกอัดแรงขึ้นจนมะปรางเหมือนจะขาดใจตายจริงๆ ความกลัวตายปลุกแรงฮึดสุดท้ายให้เธอรวบรวมลมหายใจเค้นเสียงร้องออกมาสุดลำคอ
“กรี๊ดดดดดด!”
พรึ่บ!
ร่างกายของมะปรางเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียง หอบหายใจเข้าออกแรง
“ปราง!” เสียงพ่อมนัสดังขึ้น ประตูห้องนอนถูกผลัก แม่ศรีรีบวิ่งพรวดพราดมาเปิดไฟทันที
“ลูก! เป็นหยัง!” แม่ศรีเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น
“พะ... พ่อ...” มะปรางสั่นจนพูดแทบไม่เป็นคำ น้ำตาไหลพรูเป็นสาย
“มัน... มันมาอีกแล้ว”
พ่อมนัสสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที
“บักเดช?”
มะปรางพยักหน้ารัวๆ
แม่ศรีหน้าซีด กอดลูกสาวไว้แน่นขึ้น พ่อมนัสนั่งลงข้างเตียง ถอนหายใจยาวเหยียด
“เห็นบ่?” พ่อมนัสเอ่ยเสียงขรึม
“กูบอกมึงแล้วว่าให้พึ่งพ่อหมอ มึงยังคิดว่าตัวเองคิดไปเองอยู่อีกบ่?”
มะปรางเงียบกริบ แม้จะไม่อยากเชื่อแต่สัมผัสเมื่อกี้มัน... มันสมจริงเสียจนเธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางคิดไปเองแน่นอน คราวนี้เธอไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียว
“หนูขอโทษค่ะ พ่อ...” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว ซบหน้าลงกับไหล่แม่ศรี
“เฮ้อ... พรุ่งนี้พ่อจะพาไปหาพ่อหมออินทร์อีกรอบ”
“ต่อให้มึงต้องกราบขอโทษเพิ่น มึงก็ต้องเฮ็ดเข้าใจบ่”
มะปรางก้มหน้านิ่ง พยักหน้ารับคำโดยไม่อิดออด
“คืนนี้ มึงมานอนกับพ่อแม่ก่อน”
ทางด้านนอกห้อง ไอ้ดำที่ยืนอยู่ตรงชานบันได ชูคอมองขึ้นมาทางประตูห้องของมะปราง มันส่งเสียงขู่ในลำคอ ก่อนจะเห่าเสียงดังลั่นใต้ถุนบ้าน
โฮ่ง!
มะปรางสะดุ้ง และหันไปมองทางหน้าต่างด้วยความหวาดระแวง คืนนี้... เธอคงไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาลงอีกแล้ว
